สินค้าในรถเข็นท่าน

There are no products in your shopping cart.

0 Items 0.00 บาท

สมาชิกที่กำลังOnline

There are currently 0 users and 11 guests online.

เทคนิคการเพาะเห็ดชนิดต่างๆ ตอน เห็ดนางรม

เห็ดนางรม
พันธุ์เห็ดนางรมสามารถแบ่งตามสภาพอุณหภูมิที่เจริญเติบโตได้เป็น 2  พันธุ์ คือ
1. เห็ดนางรมสีขาว หมวกดอกมีสีขาวเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอุณหภูมิสูงเหมาะที่จะนำมาเพาะในช่วงฤดูร้อนที่สุงกวา 20 องศาเซลเซียส
2. เห็ดนางรมสีเทา หมวกดอกหนาและมีดอกใหญ่กว่า เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่มีอุณหภูมิต่ำ เหมาะที่จะนำมาเพาะในช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส
ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต
 1. แสงสว่าง มีผลต่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตของดอกเห็ดมาก เนื่องจากแสงสว่างจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวของเส้นใยเห็ดและพัฒนากลายเป้นดอกเห็ดที่สมบูรณ์โดยเ็ดนางรมควรจะได้รับแสงสว่างอย่างน้อยประมาณ 15 นาทีต่อวัน หากได้รับแสงสว่างน้อยไปหมวกดอกจะมีขนาดเล็กลงในขณะที่ก้านดอกจะยาวขึ้น
2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซร์ ในระยะที่เห็ดพัฒนาเป็นดอก หากโรงเรือนมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซร์อยู่สุง ก็จะทำให้ดอกเห็ดมีลักษณะผิดปกติได้ ดังนั้นโรงเรือนที่เพาะเห็ดนางรมควรดูแลให้มีอากาศถ่ายเทบ้าง ซึ่งจะช่วยให้ดอกเห็ดเจริญไปเป็นดอกเห็ดที่สมบูรณ์ต่อไปได้
3. ความชื้นของอากาศ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเห็ดนางรมเป็นอย่างมาก ในระยะเปิดก้อนเชื้อ เห็ดนางรมต้องการความชื้นค่อนข้างสุง ดังนั้นจึงจำเป้นต้องเปิดก้อนเชื้อภายในโรงเรือนที่เก็บความชื้นได้ ควรมีการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชื้นภายในโรงเรือน 2 -3  ครั้งต่อวัน  เพื่อรักษาระดับความชื้นในอากาศให้อยุ่ในระดับ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์
4. อุณหภูมิ มีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของ้ห็ดนางรมมาก พบว่าเห็ดนางรมจะให้ผลผลิตสูงในช่วงอุณหภูมิ 24-33.5 องศาเซลเซียส ระหว่างเดือนมากราคม- พฤษภาคม ส่วนเดือนมิถุนายน -ธันวาคม จะทำให้ผลผลิตค่อนข้างต่ำ สาเหตุที่ทำห้ผลผลิตค่อนข้างสุงในช่วงเดือนมกราคม -พฤษภาคม อาจเนื่องจากก้อนเชื้อได้รับอุณหภูมิต่ำก่อนที่จะมีการเปิดดอก แล้วได้รับอุณหภูมิสุงขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี
การผลิตดอก หลังเส้นใยเห็ดนางรมเจริญเติบโตเต้มก้อนเชื้อแล้ว ควรปล่อยให้เส้นใยเห็ดรัดตัวและสะสมอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 5-7 วันสังเกตเส้นใยในระยะนี้จะสานกันอย่างหนาแน่นพร้อมที่จะเจริญออกมาเป้นดอก การเปิดถุงก้อนเชื้อเห็ดนางรมอาจทำได้ 4 วิธี ดังนี้
1. เปิดปากถุงโดยการม้วนปากถุง วิธีนี้ให้ดึงคอขวดออกพร้อมกับม้วนปากถุงไปจนถึงก้อนเชื้อ  แล้วนำไปวางบนชั้นภายในโรงเรือนเพาะเห็ด ข้อเสียของการเปิดถุงแบบนี้ คือ มีโอกาส น้ำจะขังภายในถุงทำให้ก้อนเชื้อเสียมาก
2. เปิดปากถุงโดยใช้มีดกรีดปากถุงบริเวณคอขวดออก จากนั้นนำไปวางบนชั้นเพาะเห็ด วิธีนี้มีข้อเสียคล้ายวิธีแรก
3. กรีดข้างถุงในลักษณะเอียง ประมาณ 4-5 รอย วิธีนี้นิยมใช้กันมากเพราะน้ำไม่ขังในก้อนเชื้อเห็ด แต่มีข้อเสียคือ ต้องตั้งถุงไว้ห่างๆกัน ทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่
4. เปิดปากถุงโดยดึงคอขวดออก  แล้วนำก้อนเชื้อมาวางเรียงซ้อนกันภายในโรงเรือน ปล่อยให้เห็ดเจริญออกมาทางปากถุงทางเดียว จัดเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากวิธีหนึ่ง เพราะประหยัดพื้นที่ภายในโรงเรือน และน้ำไม่ขังในก้อนเห็ด
การเก็บผลผลิต
ควรเก้บดอกเห็ดที่บานอย่างเต็มที่ แต่ขอบหมวกยังไม่บานย้อยและเก้บดอกเห็ดในช่อเดียวกันหมด ไม่ให้มีเศษเหลือติดค้างอยู๋กับก้อนเชื้อ เนื้องจากจะทำให้เน่า เชื้อโรค แมลงอาจเข้าทำลายได้ง่าย เกษตรกรมักนิยมเก็บดอกเห็ดในช่วงเช้ามืดก่อนรดน้ำ เมื่อเก็บเห็ดแล้วให้นำไปวางในภาชนะโปร่ง คลุมทับด้วยกระดาษฟางหรือผ้าชื้นๆ จากนั้นบรรจุลงถุงพลาสติกขนาดใหญ่ทำให้พองลมเพื่อป้องกันการกระทบไม่ให้ดอกช้ำ จัดวางในที่ร่มหรือในห้องเย็น ไม่ให้โดนแสงแดดหรือลมโกรก ในขณะที่รอการขนส่งไปจำหน่ายต่อไป
 

สินค้าคุณภาพรอคุณอยู่...คลิกเลย

แผนที่